PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยง มะเร็งปอด จริงหรือไม่?
ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นหนึ่งในภัยสุขภาพสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว หลายคนอาจคิดว่าฝุ่น PM2.5 ส่งผลเพียงแค่ทำให้แสบตา ไอ จามหรือหายใจไม่สะดวกเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ฝุ่นขนาดเล็กนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงกว่านั้นรวมถึงการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดด้วย
PM 2.5 ก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้จริงหรือ
PM 2.5 (Particulate Matter) เป็นอนุภาคฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เกิดจากการเผาไหม้เครื่องรถยนต์ การเผาในที่โล่ง ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยอนุภาคฝุ่นที่เล็กมากนี้สามารถเข้าสู่ปอดและเข้าสู่กระแสเลือดได้ อาจก่อให้เกิดผลต่อสุขภาพในระยะสั้น เช่น แสบตา แสบจมูก ระคายเคืองตา ทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืดและถุงลมโป่งพองเกิดอาการกำเริบได้ หากได้รับ PM 2.5 ปริมาณมากและยาวนาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหอบหืด ภูมิแพ้ ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง
อาการของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด
อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งปอดมักไม่จำเพาะเจาะจง บางคนอาจไม่มีอาการ แต่เมื่อโรคลุกลามหรือมีการกระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะต่าง ๆ อาจพบอาการ
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วย
การป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งปอดจาก PM 2.5
PM 2.5 ไม่ใช่แค่ปัญหาฝุ่นธรรมดา แต่เป็นภัยสุขภาพที่อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงได้ การป้องกันตัวเองและใส่ใจสุขภาพคือวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงในระยะยาว หากมีอาการไอเรื้อรัง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเทคโนโลยี CT Low-Dose เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยค้นหาความผิดปกติของปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ยังไม่มีอาการ ใช้ปริมาณรังสีต่ำ ไม่เจ็บ และใช้เวลาไม่นาน
โรงพยาบาลลานนา พร้อมให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ด้วยเทคโนโลยี CT Low-Dose ที่ช่วยตรวจหาความผิดปกติของปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ราคา 4,000 บาท (ราคาปกติ 5,250 บาท) สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร. 052-134777
นพ.กันตวุฒิ อรุณรุ่งวิเชียร
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ