ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
อาจเป็นเนื้องอกมดลูก
ผู้หญิงหลายคนอาจมองว่าการมีประจำเดือนมามาก หรืออาการปวดท้องน้อยเป็นเรื่องปกติที่ต้องอดทน แต่หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นเวลานาน หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "เนื้องอกมดลูก" โรคที่พบได้บ่อยในสตรีวัยเจริญพันธุ์
เนื้องอกในมดลูก คือ ก้อนเนื้อที่เกิดจากเซลล์กล้ามเนื้อเรียบบริเวณผนังมดลูกที่เจริญเติบโตผิดปกติ แม้ว่าจะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (ไม่ใช่มะเร็ง) แต่ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้หากมีขนาดใหญ่ หรืออยู่ในตำแหน่งที่ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะอื่นๆ และลักษณะของเนื้องอกในมดลูกมีความหลากหลาย อาจมีขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร หรือใหญ่จนสามารถเห็นได้ชัดจากภายนอก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและจำนวนของก้อนเนื้องอก โดยอาจเกิดขึ้นที่ผนังมดลูกชั้นใน ชั้นกลาง หรือชั้นนอก และอาจมีมากกว่าหนึ่งก้อนในคราวเดียวกัน
อาการที่พบบ่อยของเนื้องอกมดลูก
ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติ แต่ในรายที่มีอาการ มักพบว่า
แนวทางการรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับขนาดก้อน อาการ อายุ และความต้องการมีบุตรของผู้ป่วย โดยอาจเลือกวิธีดังนี้
1. ติดตามอาการ สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือก้อนมีขนาดเล็ก
2. การรักษาด้วยยา เพื่อช่วยลดอาการเลือดออกมาก หรือบรรเทาอาการปวด
3. ผ่าตัดเฉพาะก้อนเนื้องอก (Myomectomy) เหมาะสำหรับผู้ที่ยังต้องการมีบุตรในอนาคต
4. ผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) ในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่ มีอาการมาก หรือไม่ต้องการมีบุตรแล้ว
5. ผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก ปัจจุบันสามารถรักษาเนื้องอกมดลูกหลายกรณีด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งมีข้อดี ได้แก่
อย่ามองข้ามอาการประจำเดือนมามากหรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของเนื้องอกมดลูก หากพบความผิดปกติ ควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อค้นหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกต้อง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สูตินรีเวช โทร.052-134777