วัคซีนที่ควรรู้ก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพคุณแม่และลูกน้อย

2026-07-17 13:33:08  |   48

วัคซีนที่ควรรู้ก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์ 

เพื่อสุขภาพคุณแม่และลูกน้อย

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิตผู้หญิง นอกจากการดูแลเรื่องโภชนาการ การพักผ่อน และการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอแล้ว “การฉีดวัคซีน” ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะวัคซีนสามารถช่วยป้องกันโรคติดเชื้อบางชนิดที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่ รวมถึงพัฒนาการและความปลอดภัยของทารกในครรภ์ได้

วัคซีนก่อนตั้งครรภ์

  • วัคซีนอีสุกอีใส หากคุณแม่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อทารก เช่น ทารกน้ำหนักน้อย ความผิดปกติของแขนขา ปัญหาทางระบบประสาท ดังนั้นควรตรวจภูมิคุ้มกันและรับวัคซีนก่อนวางแผนตั้งครรภ์
  • วัคซีนหัด - หัดเยอรมัน – คางทูม โรคหัดเยอรมันถือเป็นโรคที่มีความเสี่ยงสูงต่อทารกในครรภ์ หากคุณแม่ติดเชื้อในช่วงตั้งครรภ์ อาจทำให้ทารกเกิดความพิการแต่กำเนิด เช่น หูหนวก โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ปัญหาทางสมองและพัฒนาการ การฉีดวัคซีนก่อนตั้งครรภ์จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมาก
  • วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก หากคุณแม่ตั้งครรภ์ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ เนื่องจากการรักษาที่ต้องใช้การฉายรังสีเพื่อรักษาคุณแม่ การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ โดยมีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 70 - 90%

วัคซีนที่คุณแม่ควรฉีดระหว่างการตั้งครรภ์ มีอะไรบ้าง?

การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้คุณแม่และทารกปลอดภัยจากการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์และขณะคลอด แม้ว่าคุณแม่จะเคยได้รับวัคซีนมาก่อนแล้วก็ตาม แต่คุณแม่ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนที่จำเป็น ได้แก่

  • วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (Tdap) แนะนำฉีดช่วงสัปดาห์ที่ 27-36 เพื่อให้ภูมิคุ้มกันส่งผ่านไปสู่ทารก ป้องกันไอกรนที่อันตรายถึงชีวิตในเด็กแรกเกิด
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (ชนิดเชื้อตาย) ฉีดได้ทุกช่วง (แนะนำช่วงไตรมาส 2-3) เพื่อป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อคุณแม่ เพราะจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ไม่ว่าจะเป็นภาวะปอดบวม ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือภาวะหัวใจวาย คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรรับวัคซีนนี้
  • วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี เป็นอีกหนึ่งวัคซีนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรฉีด โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีความเสี่ยง เช่น มีคนในครอบครัวเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี วัคซีนนี้เป็นวัคซีนตัวตายซึ่งไม่มีอันตรายต่อแม่หรือลูก (วัคซีนตัวนี้ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด)
  • วัคซีน RSV ควรฉีดในช่วงอายุครรภ์สัปดาห์ที่ 28–36 โดยเฉพาะในช่วงฤดูระบาดของโรค RSV เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV ในทารกหลังคลอด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดอักเสบและหลอดลมอักเสบรุนแรงในทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก

การฉีดวัคซีนก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการดูแลสุขภาพทั้งคุณแม่และลูกน้อย ช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อร้ายแรง และเพิ่มโอกาสให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงตั้งแต่แรกเกิด หากกำลังวางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังตั้งครรภ์อยู่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินภูมิคุ้มกัน และวางแผนการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลลานนา โทร.052-134777 


Recent Post