ก้อนนูนที่ขาหนีบ อย่าชะล่าใจ! อาจเป็น ไส้เลื่อน

2026-07-17 13:40:12  |   62

ก้อนนูนที่ขาหนีบ อย่าชะล่าใจ! อาจเป็น ไส้เลื่อน

หลายคนอาจเคยสังเกตว่ามีก้อนนูนบริเวณขาหนีบ โดยเฉพาะเวลายืน เดิน ยกของหนัก หรือไอแรง ๆ แล้วคิดว่า “เดี๋ยวก็หาย” จึงปล่อยไว้โดยไม่ตรวจรักษา แต่จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “ไส้เลื่อน” โรคที่พบได้บ่อยและไม่ควรมองข้าม

ไส้เลื่อน คือภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ลำไส้ หรือไขมันในช่องท้อง เคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งเดิม ผ่านช่องว่างหรือจุดอ่อนของผนังกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทำให้เกิดเป็นก้อนนูนตุงขึ้นมา สามารถพบได้ในหลายตำแหน่ง อย่างไส้เลื่อนลงอัณฑะ แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ ภาวะนี้เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งความเสื่อมของกล้ามเนื้อตามวัย การมีแรงดันในช่องท้องสูงเรื้อรัง หรือเป็นมาแต่กำเนิด

อาการไส้เลื่อนขาหนีบ

  • พบก้อนบริเวณขาหนีบ อาจเป็นข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง และจะยิ่งสังเกตเห็นชัดเมื่อยืนตรงหรือเกร็งกล้ามเนื้อ อาจรู้สึกเจ็บหรือปวดแสบปวดร้อนร่วมด้วย
  • รู้สึกไม่สบายตัวบริเวณขาหนีบ โดยเฉพาะเวลางอตัว ไอ หรือยกของหนัก
  • รู้สึกหนักๆ หรือเหมือนมีอะไรถูกลากไปมาบริเวณขาหนีบ
  • รู้สึกถึงแรงดัน หรืออ่อนแรง บริเวณขาหนีบ

สำหรับไส้เลื่อนขาหนีบในเด็กทารก ผู้ปกครองอาจสังเกตเห็นก้อนที่ขาหนีบของเด็ก ซึ่งจะเห็นชัดขึ้นเวลาเด็กร้องไห้ ไอ หรือเบ่งถ่าย นอกจากนี้ยังอาจสังเกตพฤติกรรมการกินของเด็ก โดยเด็กที่เป็นไส้เลื่อนขาหนีบมักไม่ค่อยอยากอาหาร

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคไส้เลื่อนขาหนีบ

สาเหตุหลักของไส้เลื่อนขาหนีบมี 2 กรณี คือเป็นมาตั้งแต่กำเนิดจากการที่รูในช่องท้องส่วนล่างที่ใช้ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงลูกอัณฑะทั้งสองข้างไม่สามารถปิดได้เอง ซึ่งตามปกติแล้วจะต้องปิดตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา ส่งผลให้ไส้เลื่อนผ่านรูมาอยู่ที่บริเวณขาหนีบ หรืออีกกรณี คือเกิดจากความอ่อนแอของผนังหน้าท้อง ร่วมกับพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้เกิดไส้เลื่อนผ่านช่องผนังหน้าท้อง เช่น

  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากหรือมีภาวะอ้วน
  • อายุมากขึ้น
  • ออกแรงยกของที่มีน้ำหนักมาก ๆ เป็นประจำ
  • มีภาวะน้ำในช่องท้องมาก
  • ผู้ที่เป็นต่อมลูกหมากโต หรือเบ่งปัสสาวะเป็นประจำ
  • ผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง หรือมีภาวะไอรุนแรงเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีภาวะท้องผูก หรือเบ่งการขับถ่ายเป็นประจำ

การรักษาโรคไส้เลื่อน

การรักษาโรคไส้เลื่อนสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัด โดยแพทย์จะทำการดันไส้ที่เลื่อนออกมาให้กลับเข้าไปอยู่ในตำแหน่งเดิม แล้วจึงทำการเย็บปิด เพื่อไม่ให้ลำไส้เคลื่อนตัวซ้ำอีก ซึ่งในปัจจุบันนี้ ก็มีวิธีการผ่าตัดส่องกล้องด้วยเครื่องมือเฉพาะ ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง เสียเลือดน้อย ผู้ป่วยฟื้นตัวไว ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานก็สามารถกลับบ้านได้ตามปกติ และช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดได้มาก

หากพบก้อนนูนบริเวณขาหนีบ แม้อาการจะยังไม่มาก ก็ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อประเมินและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะ “ไส้เลื่อน” ไม่สามารถหายเองได้ และยิ่งปล่อยไว้อาจยิ่งเสี่ยงอันตรายมากขึ้น ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่โรงพยาบาลลานนา โทร.052-134777


Recent Post