ซีสต์รังไข่ อันตรายหรือไม่ เรื่องที่ผู้หญิงควรรู้

2026-07-17 13:44:54  |   59
ซีสต์รังไข่ อันตรายหรือไม่ เรื่องที่ผู้หญิงควรรู้

เมื่อพูดถึง "ซีสต์รังไข่" หลายคนอาจรู้สึกกังวลและนึกถึงโรคร้ายแรง แต่ความจริงแล้ว ซีสต์รังไข่เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยเจริญพันธุ์ และส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง อย่างไรก็ตาม ซีสต์บางชนิดอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น ก่อให้เกิดอาการผิดปกติ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษา ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับซีสต์รังไข่จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิง

ซีสต์รังไข่ คืออะไร?

ซีสต์รังไข่ (Ovarian Cyst) คือ ถุงน้ำหรือก้อนที่เกิดขึ้นบนหรือภายในรังไข่ กว่า 90% ภายในอาจบรรจุของเหลว เลือด หรือเนื้อเยื่อบางชนิด และเป็นภาวะไม่ร้ายแรง ซีสต์บางชนิดยุบหายเองได้ แต่บางชนิดเกิดจากโรค เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ หรือเนื้องอก อาการที่พบบ่อยคือปวดท้องน้อย ท้องอืด ประจำเดือนมาไม่ปกติ

ซีสต์ มีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?

เนื่องจากซีสต์มีอยู่หลายชนิดมาก แต่ที่พบได้บ่อยคร่าวๆ จะมีซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง หรือเรียกอีกชื่อว่า Epidermoid Cysts, ก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ, ก้อนที่เปลือกตา, สิวซีสต์ และซีสต์ที่บริเวณร่องก้น ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดได้ในทุกเพศ แต่สำหรับประเภทของซีสต์ที่ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ทุกคนควรระวัง ได้แก่ ซีสต์รังไข่ หรือถุงน้ำรังไข่ ซึ่งสามารถแบ่งได้อีกหลายประเภท แต่ที่ควรรู้จักหลักๆ มีดังนี้

  1. ฟังค์ชั่นนัล ซีสต์ (Functional Cyst) ถือเป็นชนิดที่พบได้บ่อย เกิดจากการทำงานตามปกติของรังไข่ สามารถยุบลงได้เองโดยไม่ต้องรักษา
  2. ถุงน้ำที่คล้ายเนื้องอก (Tumor like condition) คือการที่เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยไปขึ้นที่รังไข่จนกลายเป็นถุงน้ำ ภายในมีเลือดเก่าๆ ข้นๆ สะสมอยู่ สีคล้ายช็อกโกแลต ทำให้ถูกเรียกว่าช็อกโกแลตซีต (Chocolate Cyst)
  3. เนื้องอกถุงน้ำรังไข่ (Ovarian Tumor หรือ Ovarian Cyst) แบ่งเป็นเนื้องอกธรรมดา เช่น Dermoid Cyst หรือ Benign teratoma โดยภายในถุงน้ำเหล่านี้มักประกอบด้วยไขมัน น้ำ ผม และฟัน ส่วนเนื้องอกชนิดมะเร็งจะมีข้อสังเกตเช่น ผิวขรุขระ ขอบไม่เรียบ เนื้อตัน ตรวจพบสาร CA-125 ในปริมาณสูง และก้อนโตเร็ว เป็นต้น

ใครที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะถุงน้ำในรังไข่

ภาวะถุงน้ำในรังไข่ หรือ ซีสต์รังไข่ พบมากถึง 1 ใน 10 ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ช่วงอายุ 18 – 45 ปี โดยเป็นอาการผิดปกติของต่อไร้ท่อทางนรีเวชที่พบบ่อยที่สุด

อาการแบบไหนที่ต้องมาพบแพทย์

ถ้าซีสต์ก้อนไม่ใหญ่ ส่วนมากมักไม่แสดงอาการ แต่ถ้าโตขึ้นเรื่อยๆ มักมีอาการดังนี้

  • ปัสสาวะบ่อย เนื่องจากซีสต์โตเบียดกระเพาะปัสสาวะ
  • ปวดท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานเรื้อรัง โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน
  • ประจำเดือนผิดปกติ
  • เจ็บท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ท้องบวมหรือคลำเจอก้อนที่ท้องน้อย

ปวดท้องน้อยเฉียบพลัน รุนแรง เป็นสัญญาณของภาวะถุงน้ำรังไข่บิดขั้วแตก หรือรั่ว และติด กรณีนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากมีอันตรายถึงชีวิต

วิธีผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ผ่านกล้องหรือส่องกล้อง

การผ่าตัดแบบส่องกล้องเป็นการพัฒนาการทางเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการผ่าตัดได้ง่ายขึ้น อุปกรณ์สำคัญของการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ได้แก่ กล้องและเลนส์ขนาดเล็กๆ ส่งสัญญาณเข้าจอภาพ แพทย์จะเห็นภาพขยายที่ชัดเจนกว่าการดูด้วยตาเปล่า และมีเครื่องมือเล็กๆ ที่ใช้ในการทำผ่าตัด เช่น เครื่องมือจับเนื้อเยื่อ เครื่องมือจี้ห้ามเลือด เครื่องมือตัดหรือเย็บเนื้อเยื่อ นอกจากนั้น ยังต้องใช้เครื่องมือปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อให้ช่องท้องขยาย จะได้มีพื้นที่ในการทำผ่าตัดได้ เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย และอาการเจ็บแผลผ่าตัดน้อยลง ฟื้นตัวไว และกลับบ้านไปทำงานได้เร็วขึ้น

ซีสต์รังไข่เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่บางกรณีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ การตรวจสุขภาพสตรีและอัลตราซาวด์เป็นประจำจะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมก่อนเกิดปัญหาที่รุนแรง ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลลานนา โทร.052-134777

Recent Post