สายวิ่งต้องระวัง ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

2026-10-29 10:41:30  |   45

สายวิ่งต้องระวัง ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจ และหลอดเลือด ควบคุมน้ำหนัก ลดความเครียด และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด แต่ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจแฝงโดยไม่รู้ตัว หรือออกกำลังกายหนักเกินความพร้อมของร่างกาย อาจเกิด ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน คืออะไร

ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน คือ ภาวะที่หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างกะทันหัน เนื่องจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ ทำให้ผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก หากไม่ได้รับการช่วยเหลือด้วยการทำ CPR และใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) อย่างรวดเร็ว อาจเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาที

สัญญาณเตือนก่อนเกิดภาวะหัวใจวาย

  • เจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก
  • เหนื่อยผิดปกติเมื่อเทียบกับระดับการออกกำลังกาย
  • หายใจไม่อิ่ม หอบง่าย
  • ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด
  • เป็นลมหรือหมดสติ
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ ร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก

หากมีอาการดังกล่าวระหว่างวิ่งหรือออกกำลังกาย ควรหยุดทันทีและรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจ

ตรวจความเสี่ยงโรคหัวใจก่อนวิ่งออกกำลังกาย

การตรวจสุขภาพร่างกาย และตรวจสุขภาพหัวใจก่อนออกกำลังกาย มีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลวขณะวิ่งออกกำลังกายได้

1. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography: EKG)

เป็นการตรวจจับกระแสไฟฟ้าที่ออกมาจากหัวใจ หรือตรวจความสมบูรณ์ของคลื่นไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อหัวใจ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ ที่อาจจะเกิดขึ้น หรือได้เกิดขึ้นไปแล้ว การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ในการช่วยวินิจฉัยโรคต่างๆ ที่มีผลต่อหัวใจ เช่น โรคหัวใจ สภาวะหัวใจทำงานล้มเหลว สภาวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตสูง และหาสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอก เป็นต้น โดยวิธีนี้ถือว่าเป็นการตรวจที่ง่ายและสะดวก สามารถตรวจได้ทุกเพศทุกวัย

2. การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST: Exercise Stress Test)

เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกายด้วยการเดินบนสายพาน หรือปั่นจักรยาน โดยวิธีนี้นิยมนำมาใช้บ่อยในการตรวจหาความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด ที่ตรวจไม่พบในขณะที่ร่างกายหยุดพัก หรือไม่ได้ออกกำลังกายอย่างหนัก เพราะเมื่อมีการออกกำลังกาย หัวใจจะต้องการใช้ออกซิเจนจากเลือดเพิ่มมากขึ้น หากผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตันอยู่ ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ มีผลทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลงไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รู้ว่าบุคคลนั้นเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดอยู่หรือไม่ หัวใจผิดจังหวะอยู่หรือเปล่า ซึ่งบางรายอาจเกิดอาการเจ็บ จุกแน่นหน้าอก ขณะทำการทดสอบได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนเองเป็นโรคหัวใจอยู่

การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ควรออกกำลังกายภายใต้ความปลอดภัยของร่างกาย นักวิ่ง หรือผู้ที่ชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ควรเตรียมความพร้อมด้วยตรวจสุขภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอทุกปี โดยเฉพาะการตรวจเช็คสุขภาพหัวใจเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ โทร 052-134777 


Recent Post