แสบร้อนกลางอก จุกแน่นท้อง
เป็นกรดไหลย้อน หรือ H. pylori
หลายคนมีอาการ แสบร้อนกลางอก จุกแน่นท้อง เรอบ่อย ปวดท้อง หรือคลื่นไส้ แล้วคิดว่าเป็นเพียง "กรดไหลย้อน" จึงซื้อยาลดกรดมารับประทานเอง แต่จริงๆ แล้ว อาการเหล่านี้อาจเกิดจาก การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H. pylori) ซึ่งต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ยาลดกรดเพียงอย่างเดียว
กรดไหลย้อน (GERD) คืออะไร?
กรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) เกิดจากการที่กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร เพราะหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างทำงานผิดปกติ และอาการที่พบบ่อย ได้แก่
การรักษา
H. pylori คืออะไร?
Helicobacter pylori (H. pylori) เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบ, แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น และหากติดเชื้อเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะอาหาร
อาการที่พบบ่อย
การรักษา
การรักษา H. pylori ไม่สามารถรักษาด้วยยาลดกรดเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ร่วมกับยาลดกรดตามแพทย์สั่ง 10-14 วัน
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น H. pylori?
หากมีอาการปวดท้องเรื้อรัง จุกแน่นท้อง เป็นๆ หายๆ หรือรักษาด้วยยาลดกรดแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจหาเชื้อ H. pylori หนึ่งในวิธีตรวจที่ได้รับความนิยมคือ Urea Breath Test (UBT) หรือ การตรวจหาเชื้อ H. pylori ด้วยการเป่าลมหายใจ ซึ่งมีข้อดี ได้แก่
แม้กรดไหลย้อน และการติดเชื้อ H. pylori จะมีอาการคล้ายกัน แต่ทั้งสองโรคมีสาเหตุและวิธีรักษาที่แตกต่างกัน การซื้อยารับประทานเอง อาจช่วยบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราว แต่ไม่สามารถแก้ไขสาเหตุที่แท้จริง โดยเฉพาะหากเป็นการติดเชื้อ H. pyloriหากมีอาการเรื้อรังหรือเป็นซ้ำบ่อย การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ รวมถึงการตรวจ Urea Breath Test (UBT) เมื่อมีข้อบ่งชี้ จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุด ลดความเสี่ยงของแผลในกระเพาะอาหาร และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต และควรพบแพทย์ทันทีเพื่อส่องกล้องหากมี
โรงพยาบาลลานนา มีแพทย์ผู้ชำนาญการด้านระบบทางเดินอาหาร ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคปวดท้อง โทร.052-134777